เคล็ดลับการเติมลมยางในสนามแข่ง

เคล็ดลับการเติมลมยางในสนามแข่ง

October 30, 2018 0 By admin

มีสิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้จากการไปฝึกขับขี่ในสนาม คือ “การเติมลมยาง” ปกติเราจะเติมลมตามคู่มือรถ (ไม่ได้เติมตามสเปกยางนะครับ) ซึ่งรถแต่ละรุ่นจะเติมลมไม่เท่ากัน และโดยปกติเราจะเติมลมยางหลังให้แข็งกว่ายางหน้าเสมอ ตัวอย่างเช่น Honda CBR650F จะเติมลมยางหน้า 36 ยางหลัง 42 ปอนด์ หรือเขียนสั้นๆ ว่า 36/42 แต่พอไปลงสนาม การเติมลมยางจะต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยลดลมยางเหลือเพียงแค่ 30/28 !!! หลักการคือ

  1.  ลดลมยางให้อ่อนลง
  2.  ลมยางหน้าต้องแข็งกว่ายางหลัง

ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?

ข้อแรก การลดลมยางให้อ่อนลง จะทำให้ยางนิ่มขึ้น พื้นผิวสัมผัสมากขึ้น การยึดเกาะถนนก็จะดีขึ้น สามารถเบรคหนักๆ หรือเปิดคันเร่งแรงๆ โดยล้อไม่มีอาการสไลด์หรือเสียศูนย์แต่อย่างใด สามารถเอียงรถเข้าโค้งได้มากขึ้นโดยที่ยางยึดเกาะถนนได้ดีอยู่ ถึงแม้จะขัดกับทฤษฏีที่ว่าต้องเติมลมตามคู่มือ เพื่อให้ลมช่วยรักษาโครงสร้างยางให้คงตัวได้ตามเดิม แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่พัฒนาขึ้น ยางมีความแข็งแรงมากขึ้น บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องเติมลมตามคู่มือก็ได้ อาจจะลดลมให้อ่อนลงจนกว่าจะถึงจุดที่เราพอใจ โดยทั่วไปก็จะลดลมยางลงล้อละ 4 ปอนด์โดยประมาณ

ข้อสอง ลมยางหน้าต้องแข็งกว่ายางหลัง อันนี้ค่อนข้างขัดกับความรู้สึกพอสมควร ไม่มั่นใจเลยว่าจะขี่ได้ ยางหลังใหญ่กว่าแต่กลับใช้ลมน้อยกว่า ยางจะไม่ย้วยเหรอ? แต่พอได้ลองจริงๆ กลับพบว่าขี่ง่ายขึ้นเยอะ ไม่มีอาการย้วยอย่างที่คิด เหตุผลก็คือ ยางหน้าต้องรับภาระมากกว่ายางหลัง ทั้งน้ำหนักเครื่องยนต์ การรับแรงเบรกหนักๆ น้ำหนักตัวรถและคนขับที่จะถ่ายเทมายางหน้า ดังนั้น ยางหน้าจึงต้องเติมลมให้แข็งกว่าเพื่อให้ยังทรงตัวได้ดี ส่วนยางหลังทำหน้าที่ช่วยประคองและส่งรถออกจากโค้ง การใช้ลมยางอ่อนกว่าจึงให้ผลดีมากกว่า

ข้อเสีย ทั้งหมดที่อธิบายมา เป็นเทคนิคที่ใช้ในสนามแข่งเท่านั้น! ไม่ควรเอาไปใช้ในการขับขี่ทั่วไป เพราะว่า…

  1.  รถจะกินน้ำมันมากกว่าปกติ เพราะยางอ่อนลงทำให้มีความหนืดมากขึ้น ต้องใช้กำลังเครื่องยนต์มากขึ้นด้วย
  2.  เสี่ยงต่อการเสียหาย ยางที่่อ่อนลงจะรับแรงกระแทกได้น้อยลง ถ้าตกหลุมแรงๆ อาจทำให้ล้อดุ้งหรือคดงอได้
  3.  ยางอาจจะเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ตามที่อธิบายไปแล้วในบทความก่อนหน้านี้ อ่านต่อ…

อ่านจบแล้วก็เอาไปทดลองดูนะครับ ดีไม่ดียังไงเอามาเล่าสู่กันฟังครับ