One Day Trip กินลมชมวิว แล้วไปกินกุ้งกับ Royal Enfield

One Day Trip กินลมชมวิว แล้วไปกินกุ้งกับ Royal Enfield

November 24, 2020 0 By admin

สวัสดีครับ ลมหนาวของปี 2020 มาถึงแล้ว เป็นสัญญาณบอกว่าได้เวลาที่พวกเราชาวไบค์เกอร์จะได้ออกทริปกันแล้ว วันนี้ผมก็มีทริปเล็กๆ ใกล้กรุงเทพ ขับขี่สบายๆ แบบไปเช้าเย็นกลับ เอามาเล่าสู่กันฟัง เผื่อใครสนใจจะไปตามรอยก็ตามสะดวกเลยครับ กับทริป “One Day Trip กินลมชมวิว แล้วไปกินกุ้งกับ Royal Enfield” พร้อมแล้วก็มาเลยครับ

จุดหมายของเราในวันนี้ก็ไม่ใกล้ไม่ไกล อยุธยานี่เองครับ ด้วยระยะทางประมาณ 70 กม. ขับรถแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว ฉะนั้นวันนี้เราจะไปกันแบบเรื่อยๆ ชิลๆ ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ ก็น่าจะถึง เช้านี้เรานัดรวมตัวกันที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ที่เพิ่งเปิดใหม่บนถนนราชพฤกษ์ ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวาง เดินทางสะดวก แถมร้าน Amazon สาขานี้ก็สวยมาก ด้านหลังมีสวนหย่อมขนาดใหญ่ มีมุมสวยๆ ให้เดินถ่ายรูปได้เยอะแยะเลยครับ

วันนี้เราจะไปกันทั้งหมด 5 คัน ด้วยรถหลายสไตล์จาก โรยัล เอ็นฟีลด์ เมื่อสมาชิกมากันครบแล้ว ก็ได้เวลาออกเดินทางกันซะที ซึ่งความเร็วที่ใช้นั้นต้องบอกว่า Slow Life ที่สุดในชีวิตเท่าที่เคยขี่มา (ฮ่าๆๆ) นั่นก็เพราะว่ารถของ โรยัล เอ็นฟีลด์ นั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทำความเร็วสูง แต่เน้นความทนทาน สมบุกสมบัน ดูแลรักษาง่าย ฉะนั้น การขับแบบกินลมชมวิวนี่แหละเหมาะที่สุดครับ

เส้นทางที่เราใช้ในวันนี้ เราเลือกถนนเส้นรองหมายเลข 347 (ปทุมธานี – บางปะอิน) เพื่อเลี่ยงการจราจรที่อาจจะหนาแน่นบนถนนสายเอเชีย อีกทั้งบรรยากาศบนถนนเส้นรองสองข้างทางก็มักจะเป็นทุ่งนาป่าไม้ บรรยากาศดีกว่าเยอะครับ

เราขับกันมาเรื่อยๆ จนเกือบจะถึงทางเข้าตัวเมืองอยุธยา ซึ่งเราจะแวะทานอาหารเช้ากันก่อนที่ร้าน “รักษ์นา อยุธยา” ซึ่งเป็นร้านขนาดใหญ่ที่สร้างกลางทุ่งนาด้วยโครงสร้างไม้ไผ่ ดูแล้วก็สวยแปลกตา มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะดี ใครชอบถ่ายรูป แนะนำให้พาแฟนมาด้วยนะครับ รับรองไม่ผิดหวัง ร้านนี้ตั้งอยู่ซ้ายมือก่อนเลี้ยวเข้าตัวเมืองแค่นิดเดียวเองครับ ป้ายใหญ่ชัดเจน หาไม่ยากเลยครับ

อาหารที่นี่มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว ติ่มซำ กาแฟสด ขนมเค้ก ฯลฯ รสชาติถือว่าใช้ได้เลย บรรยากาศเช้าๆ จัดว่าดีมาก ยิ่งช่วงนี้อากาศหนาวๆ เย็นๆ มีลมพัดตลอดเวลา ทานข้าวอิ่มๆ แล้วอยากจะหลับอยู่ตรงนี้ ไม่อยากขี่รถต่อแล้วครับ (ฮ่าๆๆ)

เอาล่ะ ก่อนที่เราจะหลับคาร้าน ออกเดินทางกันดีกว่า โดยจุดที่เราจะไปต่อคือ “วัดมหาธาตุ” ถามว่าทำไมต้องเป็นวัดนี้ นั่นก็เพราะว่าที่นี่มีมุมสวยๆ ที่เราสามารถจอดรถถ่ายรูปคู่กับวัดได้นั่นเอง (แหม…ออกทริปทั้งที ใครๆ ก็อยากถ่ายรูปรถคู่กับวิวสวยๆ ทั้งนั้นแหละ จริงมั๊ย)

วัดนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอยุธยา หาไม่ยากเลยครับ แค่เปิด Google Map ก็เจอแล้ว (ก็แน่ล่ะ) แต่จริงๆ แล้วที่อยุธยานั้นมีวัดโบราณสวยๆ เยอะมาก แต่ละวัดก็จะมีจุดเด่นแตกต่างกันไป ถ้ามีเวลาก็อยากให้ลองแวะไปดูทุกวัดเลยครับ สวยๆ ทั้งนั้น

มาพูดถึงรถของ โรยัล เอ็นฟีลด์ ที่เราใช้ในวันนี้กันบ้างดีกว่า

ก่อนอื่นต้องบอกว่า จริงๆ แล้วแบรนด์ Royal Enfield นั้นเป็นแบรนด์เก่าแก่จากประเทศอังกฤษที่ก่อตั้งมานาน 100 กว่าปี ตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่ถ้านับอายุจากวันที่เริ่มผลิตรถจักรยานยนต์รุ่นแรก จะเริ่มที่ปี ค.ศ. 1901 ผ่านการพัฒนาเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และได้เปลี่ยนเจ้าของมาเป็นของอินเดีย แต่ศูนย์วิจัยและพัฒนาก็ยังอยู่ที่ประเทศอังกฤษเช่นเดิมครับ

Royal Enfield – Classic 500

ดีไซน์ของรถคันนี้มาในสไตล์ย้อนยุคแบบคลาสสิคตามชื่อรุ่น ดูเมื่อไรก็ยังสวยเข้าได้กับทุกยุคสมัย เรียกว่าเป็นทรงอมตะทรงหนึ่ง ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 1 สูบ 499 ซีซี 27 แรงม้า ระบายความร้อนด้วยอากาศ มาพร้อมกับล้อหน้าขนาดใหญ่ถึง 19 นิ้ว ล้อหลัง 18 นิ้ว ดิสก์เบรกหน้าหลัง ถังน้ำมัน 13.5 ลิตร อัตรากินน้ำมันประมาณ 30 กม./ลิตร พูดง่ายๆ ว่าน้ำมันหนึ่งถังวิ่งได้ไกลถึง 400 กม. เลยทีเดียว (ขึ้นอยู่กับเส้นทางแล้วการขับขี่ด้วยนะครับ)

ท่านั่งในการขับขี่จะออกแนวจิ๊กโก๋หน่อยๆ คือ นั่งหลังตรง กางแขน เหยียดขา หน้าเชิดรับลมเย็นๆ เป็นท่านั่งที่เท่ใช้ได้เลย ถือว่าเป็นรถที่นั่งสบาย ขี่ง่าย เครื่องยนต์ให้แรงบิดที่ดี แต่มีจุดน่าปรับปรุงคือ อัตราทดเกียร์ค่อนข้างสั้นไปนิด ทำให้ต้องเปลี่ยนเกียร์บ่อย และที่ความเร็วตั้งแต่ 100 กม./ชม. ขึ้นไป เครื่องจะเริ่มสั่นสะท้านขึ้นมาที่แฮนด์ค่อนข้างมาก ดังนั้น จึงไม่ควรขี่เร็วเกินไป เหมาะสำหรับการขี่รับลมชมวิวไปเรื่อยๆ ดีกว่า

ย้ำอีกครั้งว่ารุ่นนี้ขี่แล้วหล่อจริงๆ https://www.royalenfield.com/th/th/motorcycles/classic-models/

Royal Enfield – Continental GT

รถมอเตอร์ไซค์ขนาดกลาง แนวคาเฟ่เรซเซอร์ สไตล์โมเดิร์นคลาสสิค เครื่องยนต์บล็อคใหม่ล่าสุด 2 สูบ 648 ซีซี 47 แรงม้า ถังน้ำมัน 13.7 ลิตร เสน่ห์ของเครื่องยนต์รุ่นนี้คือเสียงหล่อนุ่มแบบผู้ดี ให้กำลังต่อเนื่องตั้งแต่รอบต่ำๆ ดึงเนียนๆ ไหลยาวๆ ระบายความร้อนด้วยอากาศและออยคูลเลอร์ จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด เข้าเกียร์ง่ายและนุ่มมากกกกกก การเปลี่ยนเกียร์ระหว่างขับขี่ก็ยังทำได้ดี เบาและเข้าง่าย แถมยังมีสลิปเปอร์คลัชมาให้ด้วย

โช๊คหน้าแบบเทเลสโคปิคพร้อมซีลยางกันฝุ่น โช๊คหลังคู่แบบมีซับแท๊งค์ปรับพรีโหลดได้ 5 ระดับ ระบบดิสก์เบรกหน้าหลังพร้อมกับคาลิปเปอร์จาก BYBRE (แบรนด์ลูกของ Brembo) ระบบเบรค ABS 2 channal จาก Bosch พิเศษด้วยล้อขนาด 18 นิ้ว รัดด้วยยาง Pirelli คอมปาวด์พิเศษที่ผลิตขึ้นมาสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ

พูดถึงการขับขี่กันบ้าง ตัวรถและช่วงล่างให้ความคล่องตัวและมั่นคงดีในความเร็วต่ำถึงปานกลาง แต่จะเริ่มมีอาการหน้าไวและไม่มั่นคงที่ความเร็ว 120 กม./ชม. ขึ้นไป (แต่รถรุ่นนี้ก็ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทำความเร็วสูงอยู่แล้ว แม้จะสามารถวิ่งได้ถึง 180 กม./ชม. ก็ตาม)

การเร่งแซงทำได้ดีเช่นกัน แม้จะออกแนวนุ่มนวลแต่ก็มีอัตราเร่งที่สั่งได้ดั่งใจ การหยุดรถก็ทำได้ในระดับที่ดี การเลี้ยงเบรคในขณะฝ่าการจราจรติดขัดก็สบายใจได้ ค่อนข้างคม ไม่หัวทิ่มเมื่อต้องเริ่มกดหนักๆ แต่จะดีกว่านี้หากก้านเบรคสามารถปรับระยะความห่างได้ ระบบเบรค ABS ยังไม่มีโอกาสได้ทดสอบ แต่ก็มีไว้อุ่นใจกว่าครับ

สรุปคือ รถคันนี้สามารถขับขี่ได้ในชีวิตประจำวันหรือในเมือง เนื่องจากเป็นรถที่ใช้งานง่ายไม่มีระบบซับซ้อน ซึ่งเป็นความตั้งใจจากผู้ออกแบบ จะใช้ออกทริปใกล้ๆ หรือจะขับเท่ๆ ไปจิบกาแฟก็ได้เช่นกัน อัตราการกินน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 30 กม./ลิตร เติมน้ำมัน 1 ถังวิ่งกันยาวๆ 400 โลไปเลยครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.royalenfield.com/th/th/motorcycles/continental-gt/

Royal Enfield – Interceptor

สำหรับรุ่นนี้อธิบายง่ายๆ ว่าคือฝาแฝดของ Continental GT นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ เฟรม ช่วงล่าง อารมณ์การขับขี่ก็จะคล้ายๆ กัน เพียงแต่มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ยกแฮนด์ให้สูงขึ้น เลื่อนตำแหน่งพักเท้ามาด้านหน้า ฉะนั้นท่านั่งก็จะหลังตรง เหยียดแขนขาได้มากขึ้น เบาะหนังนุ่มๆ ทำให้ขับขี่สบายขึ้นนั่นเอง

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.royalenfield.com/th/th/motorcycles/interceptor/

Royal Enfield – Himalayan

มาถึงคันสุดท้าย รุ่นที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีกับรุ่น Himalayan รถแนว Adventure Touring ที่พิสูจน์ความแข็งแกร่งมาแล้วบนเส้นทางสุดโหดอย่าง เลห์-ลาดักห์ จุดเด่นของรถรุ่นนี้คือ เป็นรถที่ถึกทน สร้างมาเพื่อลุยโดยแท้จริง ด้วยระยะยุบของโช๊คหน้าที่มากถึง 20 ซม. และวงล้อหน้าขนาดใหญ่ถึง 21 นิ้ว พร้อมจะปีนป่ายบุกตะลุยทุกสภาพพื้นผิว เครื่องยนต์ 1 สูบ 411 ซีซี 24.5 แรงม้า ระบายความร้อนด้วยอากาศ ดูแลรักษาง่าย ให้แรงบิดดี ระบบเกียร์นุ่มนวล

การขับขี่รถรุ่นนี้ต้องบอกว่าขับง่ายสบายมือ เบาะนั่งไม่สูงเกินไป (สำหรับผมรู้สึกว่าเตี้ยไปด้วยซ้ำ) แฮนด์ยกสูง วางแขนได้แบบสบายๆ โดยไม่ต้องโน้มตัวลงมา ช่วงล่างนุ่มนวลสามารถวิ่งลุยหลุม ทางขระขระ หรือฝาท่อโดยไม่รู้สึกแรงกระแทกแต่อย่างใด ส่วนกำลังเครื่องยนต์ก็ต้องบอกว่าเพียงพอแล้วสำหรับการเดินทางแบบ off road เพราะคงไม่มีใครจะวิ่งบนทางลูกรังด้วยความเร็วระดับ 120 กม./ชม.

ใครที่มองหารถสายลุย ถึกทน ไม่จุกจิก ไม่ซับซ้อน ดูแลรักษาง่าย ลองรับคันนี้ไว้พิจารณาด้วยนะครับ
https://www.royalenfield.com/th/th/motorcycles/himalayan/

เอาล่ะครับ หลังจากถ่ายรูปกันครบทุกซอกทุกมุมแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางไปหาอะไรอร่อยๆ ทานกันดีกว่า โดยจุดหมายต่อไปของเราก็คือร้านอาหาร เรือนไทยกุ้งเผา เพราะร่ำลือกันว่าร้านนี้กุ้งเผาตัวใหญ่และสดมาก แถมน้ำจิ้มร้านนี้ก็เด็ดดวงสุดๆ จะจริงมั๊ยเราไปพิสูจน์กันเลย

เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เราตัดภาพไปที่ร้านเลยดีกว่า

ร้านอยู่ใกล้มากครับ แค่อำเภอบางไทรนี่เอง ไม่ต้องไปถึงตัวจังหวัดอยุธยา เป็นร้านที่ตั้งอยู่ในวัดเชิงเลน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทางเข้าจะงงหน่อย แนะนำให้เปิด google map เลยครับ รับรองไม่หลงแน่นอน

มาแล้วจ้าาา กุ้งเผาสดๆ ตัวใหญ่ๆ เบิ้มๆ เนื้อเด้งๆ มันกุ้งเยิ้มๆ คลุกกับข้าวสวยราดด้วยน้ำจิ้มซีฟู๊ด ชีวิตนี้ไม่ต้องการอะไรอีกแล้วครับ (ฮ่าๆๆ) กุ้งที่นี่ต้องบอกว่าสดมาก สดจริง เนื้อแน่นเด้งสู้ฟันดีมาก เต็มปากเต็มคำ เคี้ยวเพลินเกินห้ามใจครับ (อ่ะ ซูมดูกันชัดๆ)

แก้เลี่ยนนิดนึงด้วยแกงส้มปลากระพง เสิร์ฟร้อนๆ ควันขโมง รสชาติจัดจ้านถึงใจ

แต่ถ้าใครกินเผ็ดไม่ได้ก็กินทอดมันไปละกัน

ตบท้ายด้วยข้าวผัดกุ้ง ซึ่งต้องบอกว่ากุ้งเป็นตัวๆ เน้นๆ หาใช่วิญญาณกุ้งแบบร้านอื่น เนื้อหวานเด้งไม่แพ้ตัวใหญ่เลยครับ กินกุ้งทั้งทีมันต้องกินให้สุดแบบนี้แหละ

ไม่น่าเชื่อครับ ข้าวคนละจาน กุ้งคนละตัว กับข้าวอีกนิดหน่อย แค่นี้ก็ถึงกับกินจนจุกเลยครับ ใครจะมาร้านนี้ แนะนำให้โทรจองล่วงหน้าก่อน 10.00 น. นะครับ เพราะว่าลูกค้าร้านนี้แน่นมาก กุ้งใหญ่อาจจะหมดครับ

เรือนไทยกุ้งเผา
โทร : 0812695061 , 0898870871 , 035333410
Facebook : ร้านเรือนไทยกุ้งเผา Ruanthai kungpao
Google Maps : https://goo.gl/maps/gVvBm9KmgGt8Q83o9
เปิดทุกวัน 10.00 – 18.00

เอาล่ะ อิ่มแล้วก็ได้เวลาเดินทางกลับแล้วล่ะครับ ไปกันแบบเรื่อยๆ ชิลๆ ถึงเมื่อไรก็เมื่อนั้นแหละ

สำหรับทริปนี้ก็ต้องบอกว่าสนุกกำลังดี ขับรถไม่ไกล ไม่เหนื่อยมาก อากาศดี อาหารอร่อย อิ่มหนำสำราญ และที่สำคัญ ต้องขอขอบคุณ โรยัล เอ็นฟีลด์ ประเทศไทย ที่ให้ยืมรถใช้ในการออกทริปครั้งนี้ครับ มาคอยดูกันว่าคราวหน้าเราจะมีทริปอะไรมาเล่าให้ฟังกันอีกนะครับ

สวัสดีครับ