ทริปตามฝัน กับวันที่หนาวจับใจ

ทริปตามฝัน กับวันที่หนาวจับใจ

November 25, 2020 0 By admin

Day 2 : อช.แม่เมย – บ้านรักไทย (จ.แม่ฮ่องสอน)

วันนี้ผมตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้ามืด ท่ามกลางอากาศหนาวจับใจ กะว่าจะขี่รถไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิวม่อนกิ่วลม ใจหนึ่งอยากไปแต่ใจหนึ่งก็ขี้เกียจเพราะอยากนอนต่อมากกว่า มองดูรอบๆ เต็นท์ก็ยังไม่มีใครตื่นซักคน แต่เอาวะ ไปคนเดียวก็ได้ อุตส่าห์มาไกลถึงที่แล้วก็ต้องไปให้สุด ว่าแล้วก็ลุกขึ้นแต่งตัว สวมใส่เสื้อกันหนาว แล้วขี่รถออกไปเลยครับ

อากาศที่เย็นจัดตอนเช้าๆ ต้องระวังให้มากเลยครับ เพราะน้ำค้างที่ผิวถนนบวกกับยางเย็นๆ ทำให้ยางแทบไม่เกาะถนนเลย แค่เปิดคันเร่งเบาๆ ท้ายก็ปัดแล้วครับ เรื่องจะแบนโค้งนี่ลืมไปได้เลย

ผมค่อยๆ ขับรถฝ่าอากาศหนาวๆ ผ่านโค้งแล้วโค้งเล่ากว่า 12 กม. จนในที่สุดก็ไปถึงจุดชมวิวม่อนกิ่วลม พบว่าที่นี่มีลานกางเต็นท์พร้อมกับนักท่องเที่ยวจำนวนมากรออยู่แล้ว จะบอกว่าตรงนี้ลมแรงมาก ลำพังแค่อากาศก็เย็นจัดอยู่แล้ว เจอลมแรงๆ เข้าไปต้องบอกว่าหนาวคูณสองเลยครับ ใครจะมากางเต็นท์ตรงนี้อุปกรณ์กันหนาวต้องพร้อมนะครับ

ตรงจุดนี้วิวสวยมาก คล้ายๆ กับม่อนครูบาใส เพียงแต่หันไปทางทิศตะวันออก (กลับมานั่งดูรูปถ่ายยังแยกไม่ออกว่าอันไหนคืออันไหน) ซึ่งจะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นตรงหน้า โชคดีที่ผมมาทันเวลาได้เห็นจังหวะพระอาทิตย์ขึ้นพอดี ถือว่าคำนวณเวลาได้เป๊ะมาก

หลังจากเก็บรูปสวยๆ จนเต็มเมมโมรีแล้วก็ได้เวลาขี่รถกลับ ซึ่งเพื่อนๆ ตื่นนอนกันเรียบร้อยแล้ว กำลังนั่งจิบกาแฟสบายใจเลย มีผมนี่แหละที่บ้าพลังออกไปขี่รถอยู่คนเดียว (ฮ่าๆๆ)

วันนี้เราจะเดินทางกันต่อ ไปที่โฮมสเตย์แห่งหนึ่งใกล้ๆ กับบ้านรักไทย ซึ่งระยะทางวันนี้ไม่ไกลมากประมาณ 330 กม. แต่ว่าเป็นทางบนเขา เลาะไปตามชายแดน ผ่านอำเภอแม่สะเรียง ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ทะลุไปปางอุ๋ง จะว่าไปก็ไกลเอาเรื่องอยู่ มาลุ้นกันว่าจะไปถึงก่อนมืดมั๊ย

ระหว่างทางก็มีจอดพักถ่ายรูปบ้าง ตรงนั้นที ตรงนี้ที ถือเป็นการพักรถและคนไปในตัว บางช่วงเจอทางสวยๆ โค้งเนียนๆ ก็ขออนุญาตแยกตัวออกจากกลุ่มล่วงหน้าไปก่อน ขอเล่นโค้งแก้เบื่อนิดนึง แต่อาจจะมือหนักไปหน่อย จนหน้าปัดแจ้งเตือนว่าน้ำมันจะหมดถัง ก็เลยต้องจำใจกลับสู่ ECO Mode โดยอัตโนมัติ (ห้ามขับเกิน 60 โปรดอ่านไฟเตือนก่อนกระแทกคันเร่งทุกครั้ง)

ขับขี่กันอยู่นานตลอดทั้งวัน ใจก็คิดว่าทำไมไม่ถึงซักที แผ่นเปลือกโลกมันยืดออกไปหรือยังไงนะ (ฮ่าๆๆ) ล่วงเลยเข้าช่วงบ่ายแก่ๆ เย็นๆ เพิ่งมาถึงแค่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน นี่ขนาดไม่ค่อยได้แวะเที่ยวไหนนะ แค่จอดกินข้าว เติมน้ำมัน ถ่ายรูปนิดๆ หน่อยๆ เอง

พอออกจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน บรรยากาศก็เริ่มมืดครึ้ม เพราะเงาไม้บดบังแสงอาทิตย์ อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ ยิ่งขี่ก็ยิ่งท้อ เมื่อไรจะถึงซะทีเนี่ยยยยย แต่พวกเรายังต้องทนขี่ต่อไปท่ามกลางความมืด ผ่านหมู่บ้าน ทุ่งนาป่าเขา ขี่กันไปเรื่อยๆ

จนในที่สุดก็ไปถึงที่พักจนได้ สรุปก็มืดตามคาด สภาพร่างกายตอนนี้ต้องบอกว่าเมื่อยล้ามากๆ แขนขาชา ปวดหลังปวดเอว หนาวก็หนาว หิวก็หิว นาทีนี้ต้องหมูกระทะเท่านั้น “หมูทะจะเยียวยาทุกสิ่ง”

อากาศในคืนนี้ต้องบอกว่าหนาวมากกกกกกกก ทั้งหนาวและชื้น น้ำค้างลงจัดจนหญ้าเปียกแฉะ หนาวจนต้องก่อไฟผิง นี่ขนาดว่าไม่มีลมเลยนะ เข้าใจเลยว่าทำไมต้องมีการบริจาคผ้าห่มทุกปี เพราะมีเท่าไรก็คงไม่พอแน่ๆ การได้กินหมูกะทะร้อนๆ ข้างกองไฟนั้นเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมที่สุดในสามโลก

หลังจากเสร็จมื้อค่ำ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายเข้าห้องพักของตัวเอง ปิดห้องเงียบกริบไร้ซึ่งซุ่มเสียง น่าสลบกันถ้วนหน้า (ฮ่าๆๆ) ให้ตายเหอะ ทริปนี้หนาวถึงใจจริงๆ เดาว่าอุณหภูมิตอนนี้ต้องมีเลขหลักเดียวแน่ๆ การอาบน้ำในตอนนี้ถือเป็นอะไรที่เสี่ยงตายอย่างยิ่ง

วันนี้ขอตัวไปซุกอยู่ใต้ผ้าห่มเย็นๆ ก่อนนะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะไปเที่ยวที่บ้านรักไทยครับ

(จบวันที่ 2)

Pages: 1 2 3 4 5