ทริปตามฝัน กับวันที่หนาวจับใจ

ทริปตามฝัน กับวันที่หนาวจับใจ

November 25, 2020 0 By admin

Day 3 : บ้านรักไทย – ป่าสนวัดจันทร์

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นตอนตี 5 เพื่อบอกว่าลุกจากที่นอนได้แล้ว เช้านี้เราจะไปเสพบรรยากาศยามเช้าที่บ้านรักไทย ผมค่อยๆ เลื่อนตัวออกจากผ้าห่ม อื้อหืออออ ทำไมหนาวยังงี้ พอเท้าแตะพื้นเท่านั้นถึงกับสะดุ้ง เย็นเจี๊ยบบบบบ ก็เลยหยิบเทอโมมิเตอร์มาดู โห!!! 4 องศา! ถึงว่าทำไมหนาวได้ขนาดนี้ ที่สำคัญจะต้องขี่รถไปด้วยตัวเองนี่แหละ โอยยย ตายแน่ๆ

ขับรถออกจากที่พักเพียงไม่นาน เราก็มาถึงบ้านรักไทยแบบมึนๆ ชาๆ ดีนะที่เจ้า R1 ขึ้นชื่อเรื่องความร้อนเบอร์ต้นๆ ก็เลยได้ประโยชน์ตรงนี้ไป อุ่นไข่ดีครับ ฮ่าๆๆ

บรรยากาศวันนี้ค่อนข้างเงียบสงบ มีนักท่องเที่ยวพอประมาณ ไม่ถึงกับแออัด สามารถเดินถ่ายรูปได้เรื่อยๆ สบายๆ และแน่นอนว่าต้องไม่พลาดที่จะไปนั่งชิมชาร้อนๆ ริมทะเลสาบกลางหมู่บ้าน นั่งมองหมอกลอยฟุ้งบนผิวน้ำ ชิลดีครับ

นั่งชิลจนหมอกหายแล้วก็กลับที่พักครับ กลับไปกินข้าวเช้าแล้วเตรียมตัวเดินทางไปจุดหมายต่อไป ซึ่งวันนี้ต้องไปอีกหลายที่ ไล่ตั้งแต่ ปางอุ๋ง บ้านจ่าโบ่ ปาย และจบที่ป่าสนวัดจันทร์

ที่จริงแล้ว บ้านรักไทยกับปางอุ๋งนั้นอยู่ใกล้ๆ กัน แต่เลี้ยวไปคนละทาง ขับรถออกจากที่พักเพียงไม่นานก็ถึงแล้ว ก็เลยแวะเข้าไปถ่ายรูปซะหน่อยละกัน

มาปางอุ๋งครั้งนี้ไม่ค่อยประทับใจเท่าไร สภาพแวดล้อมดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเหมือนยุคแรกๆ สิ่งก่อสร้างเริ่มเยอะแต่ยังสร้างไม่เสร็จ ทิ้งเศษวัสดุก่อสร้างกลาดเกลื่อน ดูแล้วไม่สวยเอาซะเลย ว่าแล้วก็ไปต่อดีกว่า

เราขับรถออกจากปางอุ๋ง ผ่านถนนลงเขา สองเลนสวนแคบๆ โค้งหักศอกชันๆ การจราจรก็เลยค่อนข้างหนาแน่นนิดนึง แซงไม่ค่อยได้ ต้องต่อแถวไปเรื่อยๆ จนถึงทางราบค่อยโล่งขึ้นหน่อย ซิ่งสิครับ รอไรล่ะ

พอเข้าถนนเส้นหลักมุ่งหน้าไปทาง อ.ปาย ก็ได้เวลาระเบิดพลังกันอีกครั้ง ถนนช่วงนี้ทางดี มาก โค้งสวย ขี่เพลิน สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าไม้เขียวขจี แต่ก็ต้องระวังรถที่วิ่งสวนมา เพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะมาจากฝั่ง อ.ปาย มากกว่า

แต่ก่อนอื่น ขอลองแวะไปชิมก๋วยเตี๋ยวห้อยขาที่บ้านจ่าโบ่ซักหน่อย เห็นร่ำลือกันนักหนาว่าวิวหลักล้าน ดูซิจะขนาดไหนเชียว

ซิ่งมากไปหน่อย จอดรอสมาชิกแป๊บนึง

อ่ะ ทยอยมากันแล้ว ไปต่อครับ

ถึงแล้วครับ ร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาในตำนาน รสชาติถือว่าพอใช้ได้ เสียแต่คนเยอะไปหน่อย แทบไม่มีที่จะให้เดิน วิวก็โอเคนะถ้ามีหมอกฟุ้งๆ ซักหน่อย ถ้ามาเช้ากว่านี้น่าจะดีกว่า งั้นเรารีบกินแล้วไปต่อดีกว่า

จากตรงนี้ไปก็ซัดยาวๆ เลยครับ เจอกันอีกที อ.ปาย

ปายในวันนี้ไม่เงียบสงบเหมือนเมื่อก่อนแล้ว กลายเป็นเมืองที่แออัด วุ่นวาย สายบันเทิงอาจจะชอบ แต่สำหรับผมคงแค่แวะเติมน้ำมันเท่านั้นล่ะครับ

จังหวะนี้รอคิวนานหน่อย เพราะเจอกลุ่มซุปเปอร์คาร์จากมาเลเซียสิบกว่าคัน กว่าจะเติมเสร็จ ยืนรอจนเกือบหลับ

จอดพักซักแป๊บ ดื่มน้ำ เติมน้ำมันให้เรียบร้อย หลังจากนี้จะยิงยาวไปที่ป่าสนวัดจันทร์ ซึ่งปกติไม่ค่อยมีใครไปที่นี่ซักเท่าไร เพราะไม่ใช่ทางผ่าน เนื่องจากเป็นเพียงอำเภอเล็กๆ ที่ตั้งอยู่กลางภูเขา ทางที่จะเข้าไปก็ค่อนข้างเปลี่ยว เต็มไปด้วยทางโค้งขึ้นๆ ลงๆ ระหว่างทางไม่ค่อยมีจุดให้แวะเที่ยว ฉะนั้น คนที่จะใช้เส้นทางนี้คือต้องตั้งใจไปที่นี่โดยเฉพาะเลย เดี๋ยวเรามาดูกันว่าจะคุ้มค่าแค่ไหนกับการไปครั้งนี้

ระหว่างทาง มองเห็นควันขาวฟุ้งอยู่ไกลๆ คิดในใจ “เอาล่ะเว้ย รถใครไฟไหม้กลางทางล่ะเนี่ย” แต่พอเข้าไปดูใกล้ๆ …

อ้าว น้ำพุร้อนนั่นเอง …​

ด้วยความอยากรู้ว่ามันร้อนแค่ไหน ก็เลยลองเอามือจุ่มดู “แอ๊กกกกกกกก” ร้อนมากกกกก น้ำเดือดชัดๆ มือแทบสุก หาเรื่องจริงๆ เลย ฮ่าๆๆ ดูน้ำที่พุ่งขึ้นมาดิ นั่นน่ะ น้ำเดือดๆ เลย

ไปต่อครับ

บรรยากาศสองข้างทาง เต็มไปด้วยต้นสนจำนวนมาก มองไปสุดลูกหูลูกตาก็มีแต่ต้นสนทั้งนั้น เพิ่งมารู้ทีหลังว่า ที่นี่เป็นป่าสนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เพราะเป็นพื้นที่สูง อากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี เห็นแดดแรงๆ ตอนบ่ายแบบนี้ จะบอกว่าอากาศเย็นมากกกกก 15-16 องศาแค่นั้นเอง ขับรถฟินสุดๆ เลยครับ

ขับกันมาอีกสักพักใหญ่ๆ เราก็มาถึงแล้วครับ บ้านพักป่าสนวัดจันทร์ ซึ่งจริงๆ ระยะทางไม่ได้ไกลมากนะครับ แต่ด้วยบรรยากาศสองข้างทางที่ดีต่อใจซะเหลือเกิน ก็เลยยังไม่อยากให้ถึงไวๆครับ

บรรยากาศที่นี่จะให้อารมณ์ประมาณกระท่อมไม้ในป่าใหญ่ เป็นบ้านไม้แท้ๆ ที่สร้างจากต้นสนนั่นแหละครับ บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อนสโลไลฟ์ การจัดสวนก็สวยมาก ดูแล้วรู้เลยว่าที่นี่เค้าใส่ใจดูแลดีมาก มีมุมสวยๆ เยอะมาก สามารถเดินถ่ายรูปได้ทั้งวัน ถือว่าคุ้มค่าจริงๆ ที่ดั้นด้นมาจนถึงที่นี่

ใครมาพักที่นี่ แนะนำให้สั่งอาหารเย็นกับเจ้าหน้าที่ไว้เลยนะครับ เพราะร้านข้าวข้างนอกหาแทบไม่มี กว่าจะหาร้านเจอแทบจะไปทั่วทั้งอำเภอเลยทีเดียว ยิ่งกว่านั้นคือตอนขี่รถกลับตอนมืดๆ โอ้โห ไม่อยากบรรยายเลยว่าหนาวขนาดไหน ขับรถแค่ 40 แต่ต้องหมอบใต้ชิลด์ เพราะมันหนาวมากกกกกกกก

พอกลับถึงที่พักก็แยกย้ายเข้าบ้านใครบ้านมันล่ะครับ ขอไปซุกตัวใต้ผ้าห่มเย็นๆ ดีกว่า (คือห่มตอนแรกมันจะเย็นๆ ไง ซักพักถึงจะเริ่มอุ่น)

โดยรวมวันนี้ถือว่าไม่เหนื่อยเท่าไร เพราะว่าได้ขับรถบนเขาที่อากาศหนาวเย็นตลอดทั้งวัน แถมยังได้เล่นโค้งแบบเต็มอิ่มตลอดทาง ถือว่าเป็นวันที่สนุกที่สุดในทริปนี้เลย เดี๋ยวพรุ่งนี้มาดูกันว่าเราจะได้เจอกับอะไรอีกครับ

(จบวันที่ 3)

Pages: 1 2 3 4 5